ข้อมูลของบทความนี้จะเกี่ยวกับอสงไขยแปลว่า หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับอสงไขยแปลว่ามาวิเคราะห์กับOldeenglishconsortium.orgในหัวข้ออสงไขยแปลว่าในโพสต์ตอนที่ 49 ความหมายของอสงไขยและมหากัปนี้.

ข้อมูลโดยละเอียดที่สุดเกี่ยวกับอสงไขยแปลว่าในตอนที่ 49 ความหมายของอสงไขยและมหากัป

ชมวิดีโอด้านล่างเลย

ที่เว็บไซต์Oldeenglishconsortium.orgคุณสามารถอัปเดตความรู้อื่น ๆ นอกเหนือจากอสงไขยแปลว่าเพื่อรับความรู้ที่เป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับคุณ ที่เว็บไซต์OldeEnglishConsortium เราอัปเดตข่าวใหม่และแม่นยำทุกวันเพื่อคุณเสมอ, ด้วยความปรารถนาที่จะมีส่วนร่วมในค่าที่ดีที่สุดให้กับคุณ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถอัพเดทข่าวสารทางอินเทอร์เน็ตได้อย่างละเอียดที่สุด.

คำอธิบายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหัวข้ออสงไขยแปลว่า

รูปภาพบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับเอกสารเกี่ยวกับอสงไขยแปลว่า

ตอนที่ 49 ความหมายของอสงไขยและมหากัป

นอกจากการเรียนรู้เนื้อหาของบทความ ตอนที่ 49 ความหมายของอสงไขยและมหากัป นี้แล้ว คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่าง

ดูข่าวเพิ่มเติมที่นี่

ข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับอสงไขยแปลว่า

#ตอนท #ความหมายของอสงไขยและมหากป.

ตอนที่,49,ความหมายของอสงไขยและมหากัป.

ตอนที่ 49 ความหมายของอสงไขยและมหากัป.

อสงไขยแปลว่า.

เราหวังว่าข้อมูลบางส่วนที่เราให้ไว้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ขอบคุณมากสำหรับการติดตามอสงไขยแปลว่าข่าวของเรา

8 thoughts on “ตอนที่ 49 ความหมายของอสงไขยและมหากัป | สังเคราะห์เนื้อหาที่สมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับอสงไขยแปลว่า

  1. Still Fresh says:

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 3 ประเภท
    คือ พระปัญญาธิกพุทธเจ้า พระสัทธาธิกพุทธเจ้า และพระวิริยาธิกพุทธเจ้า

    ในสมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์สร้างบารมีต่างกันอย่างไร?

    มีอุปมา…เหมือนดอกอุบลในกออุบล ดอกปทุมในกอปทุม หรือดอกบุณฑริกในกอบุณฑริก ที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ งอกงามแล้วในน้ำ 

    1) บางเหล่ายังจมในน้ำ อันน้ำเลี้ยงไว้
    2) บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ(บัวปริ่มน้ำ)
    3) บางเหล่าตั้งอยู่พ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว.

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่1.
    ในสมัยที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์… ทรงปรารถนาที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเร็วๆ เพื่อที่จะนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะและเข้าถึงนิพพานเร็วๆ… พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลที่เปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    คือขนเอาเฉพาะคนมีปัญญามากไปก่อน

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "อุคฆติตัญญูโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"ปัญญาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "20 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงขนสรรพสัตว์เข้านิพพานและไปสู่สุคติได้มากในระดับหนึ่ง แต่ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่มากในขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่นในสมัยของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 2.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์… พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคล 2 ประเภทคือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มีปัญญามาก ซึ่งเปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่เปรียบเสมือน"บัวปริ่มน้ำ"…คนเหล่านี้มีพื้นฐานของความศรัทธาอยู่แล้วพอประมาณ(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา) พระโพธิสัตว์จึงส่งเสริมเพิ่มพูนศรัทธาแก่คนเหล่านี้ให้มากขึ้นๆ… จนกระทั่งสั่งสมบ่มบารมีได้แก่รอบ

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "วิปจิตัญญูโพธิสัตว์ "
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"สัทธาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "40 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีผู้ตรัสรู้ตามและผู้ไปสู่สุคติได้มากกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า…แต่ก็ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่อีกบ้างพอสมควรในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่น พระกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโกนาคมสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 3.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์… ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากที่สุด…
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลทั้ง 3 ประเภท คือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ปัญญามาก"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ศรัทธาพอประมาณ"(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา)
    3.เคี่ยวเข็ญคนที่มี…ปัญญาและศรัทธาน้อยนิด… "เปรียบเสมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ" พระโพธิสัตว์ต้องใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความวิริยะอุตสาหะ อย่างมากมายมหาศาล ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้แก่บุคคลเหล่านี้..

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "เนยยโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"วิริยาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "80 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีสาวกตรัสรู้ตามได้มาก และไปสู่สุคติเป็นจำนวนมาก…
    เนื่องจากพระองค์โปรดคนได้ทุกประเภท จึงไม่มีลัทธิหรือความเชื่ออื่นเลย ในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
    เช่น พระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระปัญญาธิกพุทธเจ้า…พระวรกายเล็กกว่า พระชนมายุน้อยกว่า มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามน้อยกว่า พระพุทธเจ้าประเภทอื่น

    พระสัทธาธิกพุทธเจ้า พระวรกายใหญ่ขึ้น พระชนมายุยืนยาวขึ้น มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามมากขึ้นกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า

    พระวิริยาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายสูงใหญ่ พระชนมายุยืนยาว มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามได้มากที่สุด

    [ แต่ความเป็นพระพุทธเจ้า…เสมอกันทุกพระองค์ คือ ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ และทรงถึงพร้อมด้วย พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ]

    ( https://youtu.be/U6KsPpvIKfI อสงไขย )

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น