ข้อมูลในบทความนี้จะพูดถึงอรหัง แปล ว่า หากคุณกำลังมองหาเกี่ยวกับอรหัง แปล ว่ามาเรียนรู้เกี่ยวกับหัวข้ออรหัง แปล ว่ากับOldeEnglishConsortiumในโพสต์บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา)นี้.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอรหัง แปล ว่าในบทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา)ล่าสุด

ชมวิดีโอด้านล่างเลย

ที่เว็บไซต์Oldeenglishconsortium.orgคุณสามารถอัปเดตเนื้อหาอื่น ๆ นอกเหนือจากอรหัง แปล ว่าเพื่อรับความรู้ที่เป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับคุณ ที่เพจOldeenglishconsortium.org เราอัปเดตเนื้อหาใหม่และถูกต้องสำหรับผู้ใช้เสมอ, ด้วยความหวังว่าจะเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับคุณ ช่วยให้ผู้ใช้เสริมข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้ครบถ้วนที่สุด.

ข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหมวดหมู่อรหัง แปล ว่า

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธธัมพะคะวันตัม อภิวะเทมิ (กราบ) พระผู้มีพระภาคเจ้า. เป็นพระอรหันต์ไฟตัณหา ดับไฟ ตรัสรู้เองโดยชอบเอง ข้าพเจ้า ขอถึงพระผู้มีพระภาค ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ พระธรรม คือ ธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระธรรม สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบสวัสดีพระสงฆ์ ——- หลวงพ่อชา สุภัทโท เทศน์ภาษาไทย – หลวงพ่อชา สุภัทโท เทศน์ภาษาอีสาน – สวดพระคาถาชินบัญชร – ข้อคิดดีๆ จากหมออาจอง ชุม สาย ณ อยุธยา – เพลงสวดมนต์ – ฟังเพลงธรรมะ – .

ภาพถ่ายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของอรหัง แปล ว่า

บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา)
บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา)

นอกจากการเรียนรู้เนื้อหาของบทความ บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา) นี้แล้ว คุณสามารถค้นหาบทความเพิ่มเติมด้านล่าง

คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

คำหลักบางคำที่เกี่ยวข้องกับอรหัง แปล ว่า

#บทสวดมนตบชาพระรตนตรย #อะระหงสมมา.

บูชาพระรัตนตรัย,สวดมนต์,ไหว้พระ,บทกราบพระรัตนตรัย.

บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา).

อรหัง แปล ว่า.

หวังว่าข้อมูลบางส่วนที่เราให้ไว้จะเป็นประโยชน์กับคุณ ขอขอบคุณที่อ่านข้อมูลอรหัง แปล ว่าของเรา

37 thoughts on “บทสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหังสัมมา) | สังเคราะห์เนื้อหาที่สมบูรณ์ที่สุดเกี่ยวกับอรหัง แปล ว่า

  1. สุรดิษ รัตนวิชัย says:

    ในน้อมกราบในสาธุในบริสุทธิ์ในน้อมกราบในสาธุในบริสุทธิ์ในน้อมกราบในสาธุในบริสุทธิ์ในคุณพระศรีพระรัตนตรัยในจริงปัจจุบันในบริสุทธิ์นี้ในสาธุในคุณแก้วสามประการในจริงปัจจุบันในบริสุทธิ์นี้ในคุ้มครองในบริสุทธิ์นี้ในด้วยเทอญในก็ดีในสาธุในสาธุใยสาธุ

  2. Yanatchara Kanket says:

    🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻🙏🏻💋

  3. วุฒิชัย จุลละนันท์ says:

    สาธุอนุโมทามิ อะระหังสัมมาสัมพุทโธภะคะวาพุทธังภะคะวันตังอะภิวาเทมิสวากขาโตภควตาธัมโม

  4. Still Fresh says:

    ♤ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 3 ประเภท
    คือ พระปัญญาธิกพุทธเจ้า พระสัทธาธิกพุทธเจ้า และพระวิริยาธิกพุทธเจ้า ♤

    ในสมัยที่พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์สร้างบารมีต่างกันอย่างไร?

    มีอุปมา…เหมือนดอกอุบลในกออุบล ดอกปทุมในกอปทุม หรือดอกบุณฑริกในกอบุณฑริก ที่เกิดแล้วในน้ำ เจริญแล้วในน้ำ งอกงามแล้วในน้ำ 

    1) บางเหล่ายังจมในน้ำ อันน้ำเลี้ยงไว้
    2) บางเหล่าตั้งอยู่เสมอน้ำ(บัวปริ่มน้ำ)
    3) บางเหล่าตั้งอยู่พ้นน้ำ อันน้ำไม่ติดแล้ว.

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่1.
    ในสมัยที่พระองค์ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้เร็วๆ เพื่อที่จะนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะข้ามพ้นวัฏสงสารและเข้าถึงนิพพานให้ได้เร็วที่สุด"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลที่เปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    คือขนเอาเฉพาะคนมีปัญญามากไปก่อน

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "อุคฆติตัญญูโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"ปัญญาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "20 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงขนสรรพสัตว์เข้านิพพานและไปสู่สุคติได้มากในระดับหนึ่ง แต่ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่มากในขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่นในสมัยของพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 2.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากๆ"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคล 2 ประเภทคือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มีปัญญามาก ซึ่งเปรียบเสมือน"บัวพ้นน้ำ"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่เปรียบเสมือน "บัวปริ่มน้ำ" คนเหล่านี้มีพื้นฐานของความศรัทธาอยู่แล้วพอประมาณ(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา) พระโพธิสัตว์จึงส่งเสริมเพิ่มพูนศรัทธาแก่คนเหล่านี้ให้มากขึ้นๆ… จนกระทั่งสั่งสมบ่มบารมีได้แก่รอบ

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "วิปจิตัญญูโพธิสัตว์ "
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"สัทธาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "40 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีผู้ตรัสรู้ตามและผู้ไปสู่สุคติได้มากกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า…แต่ก็ยังมีลัทธิและความเชื่ออื่นอยู่อีกบ้างพอสมควรในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา เช่น พระกกุสันโธสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโกนาคมสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเภทที่ 3.
    ในสมัยที่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ "ทรงปรารถนาที่จะขนสรรพสัตว์เข้านิพพานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
    พระองค์สั่งสมบารมี 30 ทัศ พร้อมกับเคี่ยวเข็ญบุคคลทั้ง 3 ประเภท คือ
    1.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ปัญญามาก"
    2.เคี่ยวเข็ญคนที่มี"ศรัทธาพอประมาณ"(ศรัทธาคือความเชื่อที่ประกอบด้วยปัญญา)
    3.เคี่ยวเข็ญคนที่มี…ปัญญาและศรัทธาน้อยนิด… "เปรียบเสมือนบัวที่ยังจมอยู่ในน้ำ" พระโพธิสัตว์ต้องใช้ความเพียรพยายาม ใช้ความวิริยะอุตสาหะ อย่างมากมายมหาศาล ในการทำหน้าที่กัลยาณมิตรให้แก่บุคคลเหล่านี้..

    เพราะเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "เนยยโพธิสัตว์"
    และเมื่อบารมีของพระองค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ก็จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประเภท"วิริยาธิกะ"

    ใช้เวลาในการสร้างบารมีและเคี่ยวเข็ญสรรพสัตว์ "80 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป" จึงมีสาวกตรัสรู้ตามได้มาก และไปสู่สุคติเป็นจำนวนมาก…
    เนื่องจากพระองค์โปรดคนได้ทุกประเภท จึงไม่มีลัทธิหรือความเชื่ออื่นเลย ในขณะที่พระองค์ตรัสรู้และเผยแผ่พระศาสนา
    เช่น พระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้า

    พระปัญญาธิกพุทธเจ้า เป็นพระบรมครูได้เร็ว มีพระวรกายเล็กกว่า พระชนมายุน้อยกว่า มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามน้อยกว่า พระพุทธเจ้าประเภทอื่น

    พระสัทธาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายใหญ่ขึ้น พระชนมายุยืนยาวขึ้น มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามมากขึ้นกว่าพระปัญญาธิกพุทธเจ้า

    พระวิริยาธิกพุทธเจ้า มีพระวรกายสูงใหญ่ พระชนมายุยืนยาว มีสัตว์ผู้ตรัสรู้ตามได้มากที่สุด

    แต่ความเป็นพระพุทธเจ้า เสมอกันทุกพระองค์ คือ ทรงมีพระสัพพัญญุตญาณ และทรงถึงพร้อมด้วย พระปัญญาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ

    https://youtu.be/U6KsPpvIKfI อสงไขย

  5. panisara adiraklapuhkul says:

    ขอน้อมน้อมแก่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ข้าพเจ้าขอพระธรรมเป็นที่พึ่ง มีพระพุทธเจ้าเป็ยผู้ควรบูชาอันสูงสุด ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ ขออย่าให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดดึงข้าพเจ้าออกจากพระพุทธ พระธรรม ฤพระสงฆ์ได้ลย นับแต่บัดนี้เป็นต้นไปข้าพเจ้าไม่เอาภูเขาศักดิ์สิทธิ์ หืน รูปปั้นเทวดา พรหม ยมยักษ์ ศาลพรพภูมิเจ้าที่ เป็นที่พึ่ง ขอพระองค์จำข้าพเจ้าไว้ให้ถึงซึ่งโสดาบันด้วยเทอญ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น