ในร่างกายของเรา เลือดประมาณ 9-10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวของเรา เลือดมีความสำคัญมากต่อชีวิตของเรา และมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

1. ส่วนที่เป็นของเหลวเรียกว่าเลือดหรือพลาสมา (Plasma) ประมาณร้อยละ 55 ของปริมาณเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายในเลือดประกอบด้วยน้ำ 91% ส่วนที่เหลือเป็นสารอื่นๆ ได้แก่ เอ็นไซม์ ฮอร์โมน สารอาหารต่างๆ และก๊าซ รวมทั้งของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น ยูเรีย คาร์บอนไดออกไซด์ , เป็นต้น การกระทำของเลือด ขนส่งสารอาหาร เอ็นไซม์ ฮอร์โมน และก๊าซกลับสู่เซลล์ของร่างกาย และขนส่งของเสียไปยังปอดเพื่อขับออกจากร่างกาย

2. ส่วนที่เป็นของแข็งคือเซลล์เม็ดเลือด และเกล็ดเลือด ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 45 ของปริมาณเลือดทั้งหมด

8802 1

รูปที่ 1 กลุ่มตัวอย่างเลือดที่พบ
ที่มา: http://www.scimath.org/article-biology/item/7418-2017-08-08-07-40-26

กรุ๊ปเลือด คือ การแยกเลือดของบุคคลออกเป็นกลุ่ม/กลุ่มตามชนิดของชีวเคมี มีสารชีวเคมีที่เรียกว่าไกลโคโปรตีนหรือไกลโคไลปิดที่ร่างกายผลิตและปรากฏบนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงและเรียกว่าแอนติเจน/แอนติเจนซึ่งจำเพาะต่อกลุ่มเลือดแต่ละกลุ่ม

เลือดมนุษย์สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก:

  • กรุ๊ปเลือดระบบ ABO
  • กรุ๊ปเลือดอาร์

1. กรุ๊ปเลือดระบบ ABO

กรุ๊ปเลือดถูกค้นพบในปี 1900 โดย Karl Landsteiner พบกรุ๊ปเลือด A, B และ O กรุ๊ปเลือด AB ถูกค้นพบโดย Von Decastello และ Sturli ในปี 1902 สถิติกลุ่มเลือด ABO สำหรับคนไทยมีดังนี้

กรุ๊ปเลือดถูกค้นพบในปี 1900 โดย Karl Landsteiner พบกรุ๊ปเลือด A, B และ O กรุ๊ปเลือด AB ถูกค้นพบโดย Von Decastello และ Sturli ในปี 1902 สถิติกลุ่มเลือด ABO ในคนไทยมีดังนี้: ABO ประกอบด้วยสี่กลุ่มเลือดหลัก: Group A (A), Group B (B), Group O (O) และกลุ่ม AB (AB) บนพื้นผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดงและแอนติบอดี/แอนติบอดีที่มีอยู่ในน้ำเหลืองหรือในพลาสมาก็ถูกผลิตขึ้นตามธรรมชาติเช่นกัน แต่พบว่าคนไม่ได้สร้างแอนติบอดีต่อแอนติเจนที่มีอยู่แล้ว (แอนติบอดีหรือแอนติบอดีเป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อมีสารแปลกปลอมหรือแอนติเจนเข้าสู่ร่างกาย) ดังนั้นเราสามารถบอกกรุ๊ปเลือดของบุคคลได้ด้วยการตรวจหาแอนติเจนและแอนติเจน แอนติบอดีในเลือด แต่ละกรุ๊ปจะมีลักษณะดังต่อไปนี้:

กลุ่ม A: แอนติเจน A มีอยู่บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง มีแอนติบอดี B ในพลาสมา

กลุ่ม B: ประกอบด้วยแอนติเจน B บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง มีแอนติบอดี A ในพลาสมา

กลุ่ม O: แอนติเจน A และ B ไม่มีอยู่บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่ในพลาสมามีทั้งแอนติบอดี A และ B

กลุ่ม AB: ทั้งแอนติเจน A และ B มีอยู่บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง แต่ไม่มีแอนติบอดี A และ B ในพลาสมา

2. ระบบหมู่เลือด RH (Rh)

2482 Levine และ Stetson รายงานการค้นพบกลุ่มเลือดระบบ RH เป็นกลุ่มเลือดที่ประกอบด้วยแอนติเจนที่สำคัญทางคลินิกห้าชนิด: แอนติเจน D ที่สำคัญ (D), C ขนาดใหญ่ (C), E ขนาดใหญ่ (E), C ขนาดเล็ก (c), Elek (e) และแอนติเจนที่เกี่ยวข้อง แอนติเจนที่มีความสำคัญทางคลินิกน้อยกว่าอีก 46 ชนิด ได้แก่ แอนติเจนที่สำคัญ (D) สามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม:

กรุ๊ปเลือด Rh positive (Rh positive, Rh+): คือกลุ่มเลือดที่มีแอนติเจน-D ขนาดใหญ่ (Antigen-D) บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง ในคนไทยมีกรุ๊ปเลือดที่เป็นบวก RH (D) ประมาณ 99.7%

หมู่เลือดลบ Rh (Rh ลบ, Rh-): คือกลุ่มเลือดที่ไม่มีแอนติเจน-D ขนาดใหญ่ (Antigen -D) บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดง ในคนไทยพบว่ากรุ๊ปเลือดนี้มีเพียง 0.3% หรือ 1,000 คนจะพบเพียง 3 คนเท่านั้นที่เราเรียกว่า “กรุ๊ปเลือดหายาก” หรือ “กรุ๊ปเลือดพิเศษ”

กรุ๊ปเลือด RH เป็นกรุ๊ปเลือดที่สำคัญที่สุดอันดับสองรองจากกรุ๊ปเลือด ABO แอนติบอดีจากแอนติเจน D สามารถกระตุ้นแอนติบอดีได้ดีกว่าแอนติเจนอื่นๆ ของเซลล์เม็ดเลือดแดงปกติ แต่พบว่ามากกว่า 80% ของผู้ที่มีกลุ่ม RH-negative จะผลิตแอนติบอดี anti-D ขนาดใหญ่ (Anti-D) เมื่อได้รับเลือด RH-positive จากการถ่ายเลือด/การรับเลือดหรือจากการตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจกลุ่มเลือด RH (สามารถตรวจสอบได้โดยการตรวจเลือด) ทั้งในผู้ป่วยและผู้บริจาคโลหิตเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยที่มีกรุ๊ปเลือด RH-negative จะได้รับเฉพาะเลือดลบ RH เพื่อป้องกันการก่อตัวของ D-antibodies ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่มีความสำคัญทางคลินิกเพราะสามารถทำให้เกิดเม็ดเลือดแดงแตก/ทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงในผู้ที่มีแอนติบอดีต้าน D ขนาดใหญ่ได้ และได้รับเลือด RH plus

หากผู้รับเลือดกรุ๊ป A ที่มีแอนติบอดีต่อต้าน B ได้รับเลือดจากผู้บริจาคเลือดกรุ๊ป B แอนติเจนของผู้บริจาคจะจับกับแอนติบอดีของผู้รับ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงของผู้บริจาคจับกันเป็นก้อน ตกตะกอน ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้รับ โดยสรุปการถ่ายเลือดต้องระวังว่าแอนติเจนของผู้บริจาคไม่ใช่ชนิดเดียวกับแอนติบอดีของผู้รับ

ตารางการถ่ายเลือด

กลุ่ม

สามารถบริจาคโลหิตให้

สามารถรับเลือดได้จาก

อา

บี

AB

โอ

A และ B

B และ AB

AB

ทุกกลุ่ม

A และ O

B และ O

ทุกกลุ่ม

โอ

การถ่ายทอดหมู่เลือด ABO ของพ่อแม่และลูกที่เป็นไปได้

กรุ๊ปเลือดพ่อ

กรุ๊ปเลือดแม่

กรุ๊ปเลือดของเด็กที่เป็นไปได้

โอ

โอ

โอ

โอ

อา

อ้อแอ้

โอ

บี

O,B

โอ

AB

A,B

อา

อา

A,O

อา

บี

O,A,B,AB

อา

AB

A,B,AB

บี

บี

B,O

บี

AB

A,B,AB

AB

AB

A,B,AB

แหล่งที่มา

เวชศาสตร์การถ่ายเลือดเชิงปฏิบัติ ครั้งที่ 4, 2556.

คู่มือเทคนิค AABB ครั้งที่ 7 ปี 2554

หลักและการปฏิบัติทางภูมิคุ้มกันวิทยา. พิมพ์ครั้งที่ 3, 2554.

การจำแนกกลุ่มเลือดในระบบ ABO สืบค้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2018 . จาก https://sites.google.com/site/bloodsabo/about/2-1bloods

#หมโลหต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น